วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เลือกกระเป๋าให้เหมาะกับบุคลิก และดีต่อสุขภาพ

Fruit of the Loom Mens Oxford Long Sleeve Shirt
Fruit of the Loom Lady-Fit Polo Shirt in 7 colours
Fruit of the Loom Long Sleeve Hooded T-Shirt
Fruit Of The Loom "Comfort Range" 2 Pack Shorty Boxer Shorts
Fruit Of The Loom Kid's Jog Pants
Fruit of the loom childs 65/35 pique polo shirt
Fruit of the Loom Full Zip Fleece Jacket
Fruit & Loom Open Hem Jog Pants
Fruit of the Loom Lady-Fit Crew Neck Long Sleeve T-Shirt
Fruit of the Loom Ladyfit Crew Neck Long Sleeve T-Shirt
Fruit of the Loom Lady-Fit Strap T-shirt
Fruit of the Loom Raglan Sweatshirt
Fruit of the Loom Valueweight V-Neck T-Shirt
Fruit of the Loom Long Sleeve Premium Pique Polo Shirt (13540)
Fruit of the Loom Slim Fit T-Shirt
Fruit of the Loom Kids Zip Hooded Sweatshirt (13470)
Fruit of the Loom Womens Zip Through Hooded Sweat Shirt in 5 colours
Fruit of the Loom Childrens Valueweight T-Shirt
Fruit of the Loom Mens Long-Sleeve Hooded T-Shirt
Fruit of the Loom Lady-Fit Rib Polo
Fruit of the Loom Athletic Vest
Fruit of the Loom Half Zip Fleece
Fruit of the Loom Premium 100% Cotton Pique Polo Shirt
Fruit of the Loom Zip Through Sweat Jacket
Fruit Of The Loom Kids American Heavy T
Fruit of the Loom Valueweight Athletic Vest
Fruit of the Loom 100% Cotton Premium Long Sleeve Pique Polo Shirt
Fruit of the Loom Tipped Polo Shirt
3 Pack Fruit of the Loom Athletic Vest
Fruit of the Loom Athletic Vest (5 Colours)
< < Previous   1  ...  5   6   7   8   9   10   11   12   13   ...  Next > >

รองเท้า เสื้อผ้า หน้า ผม ล้วนดูดีด้วยลุคสาวทำงานมือโปร แต่จะปล่อยให้มีเหตุตกม้าตายตอนหยิบกระเป๋าก็ไม่ไหวนะ
แล้วคุณรู้หรือยังว่า รูปร่างและบุคลิกอย่างคุณเหมาะจะหิ้วกระเป๋าแบบไหน

สาวอกใหญ่ ไหล่กว้าง
ควรหลีกเลี่ยงกระเป๋าทำงานที่มีสายสะพายสั้น เพราะจะยิ่งเน้นช่วงบนให้ดูตันหนา ทางที่ดีลองเปลี่ยนมาเลือกใช้กระเป๋าสะพาย
สายยาวระดับเอวอย่าง Shoulder Bag หรือ Messenger Bag แบบสาวเท่ไปเลย นอกจากจะช่วยพรางให้รูปร่างช่วงบนดูโปร่งขึ้นแล้ว
ยังเสริมลุคแบบมืออาชีพด้วย

สาวโครงร่างใหญ
สาวตัวโตกระดูกใหญ่ที่ยังพิสมัยกระเป๋าใบเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มฟังทางนี้ด่วน! ยิ่งคุณเลือกใช้กระเป๋าใบเล็กที่ขัดกับรูปร่างไซส์ L อัพ
มากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้คุณดูตัวใหญ่มากกว่าความเป็นจริงมากขึ้นเท่านั้น ลองกลับใจมาใช้กระเป๋าขนาดโอเวอร์ไซส์ ทรงไหนก็ได้
ที่คุณชื่นชอบ เพื่อความสมดุลระหว่างรูปร่างกับกระเป๋าดีกว่านะ

สาวไซส์มินิ
กระเป๋าทรงยาวและแคบหรือกระเป๋าใบย่อมจะช่วยสร้างความสูงสง่าแบบเสกได้ในระดับที่น่าพอใจ แต่พึงระลึกไว้เสมอว่า
อย่าเผลอเลือกสะพายกระเป๋าแบบโอเวอร์ไซส์หรือกระเป๋าทรงกว้างเป็นอันขาด ถ้าไม่อยากดูเตี้ยลงไปกว่าเดิม สำหรับสาวไซส์มินิ
ที่มีข้าวของเยอะ ลองเลือกกระเป๋าทรง Tote ไซส์กลางก็จุของได้เพียบ และไม่ลดสเกลความสูงของคุณอีกด้วย

กระเป๋า แฟชั่น

สาวเอวหนา สะโพกใหญ่ หรือมีหน้าท้อง
ทรวดทรงตรงข้ามกับสาวอกใหญ่ ไหล่กว้างโดยสิ้นเชิง ฉะนั้นกระเป๋าที่เหมาะกับรูปร่างนี้
ก็ควรเป็นกระเป๋าสายสั้นแบบเก๋มีดีไซน์ ที่จะช่วยดึงสายตาจากจุดบกพร่องของรูปร่าง
ช่วงกลางลำตัว ขอแนะนำว่า ทรง Baguette หรือทรง Pouch แบบหนังนิ่มซึ่งจุของ
ได้เยอะและลงทุนครั้งเดียวใช้ได้นานเลย

สาวผอม สูงเก้งก้าง
คนส่วนใหญ่มักเชื่อว่าคนผอมสูงจะแต่งตัวแบบไหนหรือใช้กระเป๋าแบบใดก็ดูจะ เหมาะเจาะ แต่ช้าก่อน ลองนึกภาพสาวผอมแถมสูงเก้งก้างกับกระเป๋ารูปทรงยาวเรียวคล้ายไม้ซีก
ถือไม้จิ้มฟันบ้างหรือเปล่า ถ้าคุณรูปร่างเข้าข่ายนี้ เราขอแนะนำกระเป๋าขนาดใหญ่ปานกลาง
ทรงกว้างประเภท Tote หรือ Hobo ยิ่งถ้าเป็นกระเป๋าที่ทำจากหนังนิ่ม ๆ ไม่เน้นรูปทรงมากนัก
จะยิ่งเสริมลุคให้ดูเป็นสาวมั่นมีสไตล์


ที่มา
http://brightlives.th.88db.com/Fashion/fashion_handbag.htm

เครื่องประดับนำโชคเรื่องความรัก

Fruit of the Loom V-Neck plain short sleeve t shirt
Fruit of the Loom Long Sleeve T Shirt in 6 colours
Fruit of the Loom Lady-fit Valueweight T-Shirt
Fruit of the Loom Raglan Sweat Shirt in 13 colours
Fruit of the Loom Long Sleeve Baseball T Shirt in 4 colour combos
Fruit of the Loom Hooded Sweatshirt (17 Colours)
Fruit of the Loom two tone baseball hooded sweatshirt
Fruit of the Loom Super Premium T-Shirt
Fruit of the Loom Set In Sweatshirt
3 Pack Fruit of the Loom Heavy Cotton T-Shirt
Fruit of the Loom Pullover Hooded Sweat Shirt in 17 colours
Fruit of the loom pullover hooded sweatshirt hoodie
Fruit of the Loom Athletic Vest - 5 Colours
Fruit of the Loom Childrens Plain T Shirt in 20 colours
Fruit Of The Loom "Comfort Range" 2 pack Boxer Shorts (Longer Leg)
Fruit of the Loom Ringer T Shirt in 7 colour combos
Fruit of the Loom lady fit rib polo shirt
Fruit of the Loom Baseball T-Shirt - 7 Colours
FRUIT OF THE LOOM PIQUE POLO SHIRT BRAND NEW
Fruit of the Loom lady fit zip through hooded sweatshirt
Fruit of the Loom Super Premium Long Sleeve T-Shirt
Fruit of the Loom Ringer T-Shirt - 7 Colours
3 Pack Fruit of the Loom Heavy Cotton T-Shirt (Pack of 3)
Fruit of the Loom Heavy 65/35 Pique Polo Shirt
Childrens Fruit of the Loom T-Shirt
Fruit of the Loom Layered T-Shirt
Fruit of the Loom Slim Fit T-Shirt (13620)
Fruit of the Loom Ladyfit Sleeve-Less T-Shirt
Fruit of the Loom Kids Raglan Sweatshirt (14030)
Fruit Of The Loom "Comfort Range" 2 Pack Sport Briefs
< < Previous   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   ...  Next > >

เครื่องประดับนำโชคเรื่องความรัก
วันอาทิตย์ - ทับทิม


วันจันทร์ - เพชร, ไข่มุก


วันอังคาร - โกเมน, เพทาย


วันพุธ (กลางวัน) - มรกต, หยก


วันพุธ (กลางคืน) - พลอยสีขุ่น, มุกดาหาร

วันพฤหัสบดี - บุษราคัม


วันศุกร์ - ไพลิน

วันเสาร์ - นิลดำ

ที่มา www.tlcthai.com




ที่มา
http://th.88db.com/th/Knowledge/Knowledge_Detail.page?kid=3207623

วิธีซักยีนส์ไม่ให้ซีดจาง

Fruit of the Loom heavy cotton plain t-shirt
Fruit of the Loom Super Premium T-Shirt - 20 Colours
Fruit of the Loom Heavy Cotton T-Shirt (8 Colours)
Fruit of the Loom Raglan Sweatshirt (13 Colours)
Long Sleeve Fruit of the Loom Baseball T-Shirt - 6 Colours
Fruit of the Loom Plain Layered Long Sleeve T-shirt
Fruit of the Loom Hooded Sweatshirt - 17 Colours
Long Sleeve Fruit of the Loom Cotton T-Shirt (6 Colours)
Fruit of the Loom Super Premium T-Shirt (20 Colours)
Fruit of the Loom Raglan Sweatshirt - 13 colours
Fruit of the loom zip through hooded sweatshirt hoodie
Long Sleeve Fruit of the Loom Baseball Cotton T-Shirt (6 Colours)
Fruit of the loom short sleeve baseball t-shirt
6 Pack Fruit of the Loom Heavy Cotton T-Shirt (Pack of 6)
Fruit of the Loom Zip Hooded Sweatshirt - 9 Colours
Long sleeve baseball t-shirt by Fruit of the Loom
Long Sleeve Fruit of the Loom T-Shirt - 6 Colours
Fruit of the Loom plain 100% cotton ringer t-shirt
Fruit of the Loom Heavy Cotton T-Shirt - 8 Colours
Fruit of the Loom Plain athletic sleeveless vest
Fruit of the Loom Open Hem Jog Pant
Fruit of the Loom Short Sleeve Baseball T Shirt in 6 colour combos
Fruit of the Loom lightweight polo shirt
Fruit of the Loom adult raglan sweatshirt
Fruit of the Loom Original Polo - 6 Colours
Fruit of the Loom Elasticated Jog Pants
3 Pack Long Sleeve Fruit of the Loom T-Shirt
Fruit of the Loom Lady-Fit Lightweight Hooded T-Shirt
V-Neck Fruit of the Loom T-Shirt - 6 Colours
Fruit of the Loom Ringer Cotton T-Shirt (7 Colours)
< < Previous   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   ...  Next > >


ใครที่มีปัญหาเวลาซักกางเกงยีนส์แล้วสีกางเกงเกิดซีดจาง วันนี้เรามีวิธีซักกางเกงยีนส์ไม่ให้ซีดจางมาบอก...



วิธี ซัก คือ กลับด้านในกางเกงยีนส์ออกก่อน แล้วค่อยใส่เครื่องซักผ้า ถ้าต้องการให้สีซีดลงอย่างเป็นธรรมชาติให้ซักที่อุณหภูมิ 60 องศาฟาเรนไฮต์ ถ้าต้องการคงความเข้มของสียีนส์ไว้ ให้ซักในอุณหภูมิ 40 องศาฟาเรนไฮต์ หรือซักด้วยน้ำเย็น

การใส่ถุงตาข่ายและเลือกรอบซักแบบนุ่มนวลที่สุด ก็จะช่วยถนอมยีนส์และคงคาแร็กเตอร์ เช่น ริ้ว ลายเส้น และรอยขาดไว้ได้ดี


เมื่อ ซักเสร็จ ให้กลับเอาด้านนอกออกมา สะบัดกางเกงให้เข้ารูป แล้วตากให้แห้งโดยการแขวน อย่าใส่เครื่องอบผ้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้สีซีดจาง

และที่สำคัญหากซักยีนส์สีเข้มเป็นครั้งแรก ควรซักเพียงตัวเดียวเพื่อความแน่ใจว่าสีไม่ตกไปใส่ตัวอื่น


รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าจะซักยีนส์ครั้งหน้าก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้ เพื่อสีของกางเกงยีนส์จะได้ไม่ซีดจาง




ที่มา
http://th.88db.com/th/Knowledge/Knowledge_Detail.page?kid=8650

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เรื่องประวัติการจุดประทีปโคมไฟ

BIRDEY Childrens Wall Light
Philips Energy Saving Lightbulb 60w Master TL5 Circular Colour 830 1 Pack
Philips Halogen & Speciality Lighting 50mm MR16 LV SpotLight 35w GU5.3 White 3000 Hours Flood
LIMA Outdoor Lantern - Black (Down)
Philips Halogen Lightbulb 25w G9 Capsule 240v CL 1 Pack
Philips Energy Saving Lightbulb 8w ES Cap Golf Ball 6 Year
SNAKEY Childrens Ceiling Light
UTRECHT Outdoor Wall Light
LIMA Outdoor Lantern - White (Down)
CASABLANCA Outdoor Flush - Black
MURCIA Outdoor Wall Light
GOAL Childrens Ceiling Light
MARINE Garden Bollard Large - Black
RUBY Caterpillar Childrens Ceiling Light
ALMERIA Outdoor Wall Lantern
Rocky Childrens novelty pendent
Tornado ES 13W 827 E14 Dimmable
KENDO Wall Light
QUARTER Low Energy Uplighter - White
TIDE Low Energy Bathroom Wall Light
BROOKLYN Low Energy Ground Light
RONDO Low Energy Bathroom Light
MARINE Outdoor Wall Light
BOSTON Outdoor Wall Light - White
POMPEI Outdoor Wall Light
BIRMINGHAM Low Energy Outdoor Pedestal
ZAGREB Outdoor Lantern Up/Black/Gold
ZAGREB Half Wall Lantern - Black
ZAGREB Half Wall Lantern - Blk/Gold
P.I.R. - Black
< < Previous   1  ...  26   27   28   29   30   31   32   33   34   ...  Next > >


โคมไฟ

ประทีป

สวัสดี ค่ะ รายการเล่าขานล้านนาวันนี้ขอเสนอเรื่องประวัติการจุดประทีปโคมไฟ ในเรื่องการจุดประทีปโคมไฟ ซึ่งเป็นที่นิยมของประชาชนชาวล้านนาตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาเมื่อถึงงานประเพณี ลอยกระทงมักจะเห็นชาวบ้านนิยมนำประทีป หรือผางประทีป มาจุดเป็นพุทธบูชา

การจุดประทีปโคมไฟในปัจจุบันมักจะมีผู้เข้าใจว่า เป็นการจุดเพื่อความสวยงาม เพื่อกระประดับประดา แต่จะจุดเพิ่ออะไรนั้น ไปฟังประวัติความเป็นมาของการจุดประทีปโคมไฟจาก พระฐิติกร ฐิตวํโส พระนักศึกษาประธานชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนา จากมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา ค่ะ

สมัย พระเจ้าวิปัสสี ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะมาเกิด มีอัครสาวกซึ่งเปิ้นเป็นคนเข้าสมาธิและเป็นผู้ก่อกำเนิดการจุดผางประทีป อัครสาวกของพระเจ้าวิปัสสีท่านนี้ เมื่อสำเร็จโพธิญาณก็นั่งสมาธิว่าจะโปรดสัตว์ที่ไหนดีก็เห็นชายยากจนที่ชอบ ทำบุญ


จึงเดินทางไปหาชายคนนี้แต่ไม่มีอะไรทำบุญจึงได้นำข้าวกับแคบหมูที่มีมันมาก ๆ ถวาย แต่เพื่อให้การทำบุญมีผลานิสงฆ์มากขึ้นจึงได้แนะนำให้ชายผู้ทำบุญนำแคบหมูไป เคี่ยวให้ได้น้ำมันมาก ๆ และทำไส้เพื่อให้เกิดดารจุดไฟจะได้แสงสว่างบูชาพระพุทธเจ้า ขณะที่กำลังจุดไฟเพื่อเป็นพุทธบูชานั้นแผ่นดินก็ไหว เจ้าเมืองได้รับความรู้สึกจากแผ่นดินไหวจึงเกิดการซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น แผ่นดินจึงไหว
เมื่อ ได้คำตอบว่ามีการจุดไฟเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาทำให้บุญมากจึงเกิดแผ่นดินไหว เจ้าเมืองอยากจะได้ทำบุญบ้างจึงได้จัดทานผางประทีปโดยการขุดหลุมแล้วนำ น้ำมันที่ได้จากชาวบ้านมารวมกันเพื่อจะได้จุดประทีปได้นาน ๆ ทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ขึ้นมาเหมือนกับที่ชายยากจนกระทำ จึงได้ถามพระพุทธเจ้าว่าเพราะเหตุใดตนทำบุญด้วยการจุดผางประทีปแล้วแผ่นดิน ไม่ไหว ก็ได้คำตอบว่าของที่นำมาทำบุญไม่ได้มาด้วยจิตด้วยเป็นการได้มาจากชาวบ้าน จึงได้ถามไปว่าจะทำอย่างไรให้ได้บุญ พระพุทธเจ้าก็ตอบว่าการทำบุญนั้นถ้าทำรวมกันจึงจะได้บุญ ไม่ใช่เป็นการเกณฑ์มาจากคนอื่น ๆ หลังจากนั้นจึงมีการทานผางประทีปร่วมกันตลอดมา




ที่มา
http://www.fm100cmu.com/fm100/100programs_detail.php?id_sub_group=57&id=2353

ลักษณะของโคมไฟชนิดต่างๆ

Philips Energiesparl. Globe Softone 8Y
Philips NGN146 6" Aluminium Pocket Torch - Very Robust Design, Water and Shock Resistant, Variable Beam - Carrying Strap and Batteries Included!
Philips Genie ESaver 5W/230V E-14 827 warmweiß
Philips Infraphil Wrmestrahler 150 Watt
Philips Genie ESaver 5W/230V E-27 827 warmweiß
Philips MASTER PL-C 2P, 26 Watt - W / G24d-3 / 840
Philips Master LED 6W E27 ES Warm White Light Bulb Lamp
TIMEO Childrens 3 Spot Ceiling Light
Philips Massive Table Lamp Nickel 1x60W 230V
Philips Ledino Grey 4 Bar Spotlight 4 x 7.5W
Philips Ledino Grey Up & Down Wall Light 2 x 2.5W
Philips Massive Sienna Shade Pendant Red
Philips Ledino 3 Pack White Downlights 3 x 2.5W
SEABOARD Low Energy Over Mirror Light - Large
Genuine Philips PCC283 Light Bulb For Use With Philips Babycare Magic Theatre Projector: SBCSC940, SCD940
4 X PHILIPS FLUORESCENT TWIN STRIP LIGHTS FREE P&P
ZANZIBAR Garden Wall Light
Philips 6FT Twin Fluorescent Strip Light 70w T8 FREE P&P
Philips Lighting - Al Fresco Inter Outdoor Energy Saving Fitting
SWIRL 3 Light Halogen Ceiling Light
Philips Spot On Motion Sensor LED Light (H8cm x W7cm x D2cm White)
ECO Energy Saving Four Spotlight Bar
Philips SBCSP375 Plug-in Lamp Dimmer - Requires Philips Remote Control SBCSR315 (sold separately)
Philips Massive Table Lamp Bronze 1x60W 230V
MERIA Childrens Ceiling Light - Pink
ATOL Bathroom Ceiling Light
LIMA Outdoor Lantern - White
DECO Low Energy Semi Flush Light
UTRECHT Low Energy Security Light
ESL GENIE 5 W E 14
< < Previous   1  ...  23   24   25   26   27   28   29   30   31   ...  Next > >



อุปกรณ์ส่องสว่างอีกชนิดหนึ่งที่ต้อง ใช้ประกอบคู่ไปกับหลอดไฟ คือ ดวงโคมไฟ อุปกรณ์ที่ใช้ในการยึดติด ป้องกัน และช่วยการกระจายแสงของหลอดไฟ ซึ่งแบ่งออกเป็น

1. ดวงโคมไฟเพดาน

เป็นดวงโคมไฟที่ติดเหนือศีรษะ บริเวณฝ้าเพดาน หรือห้องลงมาจากเพดาน เช่น โคมไฟห้อยเพดานหรือไฟช่อระย้า (Pendant) ที่มีรูปแบบต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ทั้งที่ทำจากแก้ว พลาสติก โลหะ หรือเซรามิค มีทั้งแบบโคมไฟธรรมดา (Shade) ราคาไม่แพงไปจนถึงโคมไหแชนเดอเลียร์ (Chandelier) ที่ประกอบไปด้วยหลอดไฟเล็ก ๆ มากมาย สวยงาม ให้แสงสว่างและความร้อนมาก กินไฟมาก ราคาแพง ไฟติดเพดาน (Ceiling-Mounted Light) มีทั้งแบบดวงโคมที่ยึดติดกับฝ้าเพดาน ประกบอไปด้วยที่ครอบ หรือโป๊ะทำจากแก้ว หรือพลาสติกคลุมหลอดไฟเพื่อช่วยในการกระจายแสง เช่น โคมไฟโป๊ะกลมสำหรับหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือโคมไฟซาลาเปาสำหรับหลอดไส้ เป็นต้น และแบบที่ติดตั้งโดยเจาะฝ้าเพดานฝังซ่อนดวงโคมไว้ภายใน ที่เราเรียกกันว่า ไฟดาวน์ไลท์ (Down light) ซึ่งให้แสงสว่างได้ดี สามารถเลือกใช้ชนิดของหลอดไห ลักษณะของแสงที่ส่องลงมา และทิศทางการส่องของสำแสงได้หลายแบบเป็นได้ทั้งไฟพื้นฐานและไฟสร้างบรรยากาศ

2. ดวงโคมไฟผนัง

เป็น ชนิดที่ใช้ยึดติดกับผนัง มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบเช่นกัน การกระจายแสงส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับลักษณะของโป๊ะ มีทั้งแบบให้แสงส่องออกมาตรง ๆ หรือแบบสะท้อนเข้าผนังเพื่อสร้างบรรยากาศให้กับห้อง เป็นต้น

3. ดวงโคมไฟตั้งพื้น ตั้งโต๊ะ

เป็นดวงโคมไฟแบบลอยตัวที่ช่วยในการให้แสงสว่างตามจุดต่าง ๆ เป็นพิเศษ เช่น ในบริเวณที่นั่งอ่านหนังสือโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะหัวเตียง และยังใช้เป็นของประกอบการตกแต่งในห้องชุดร่วมกับชุดเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ อีกด้วย เช่น ชุดรับแขก ชุดทานอาหาร เป็นต้น มีรูปแบบและวัสดุให้เลือกมากมายหลายหลายราคา

การตัดสินใจเลือกใช้ดวงโคมชนิดใด นอกเหนือไปจากรูปแบบการใช้งานและความสว่างของดวงโคมแล้ว สิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจให้มากคือ การซ่อมแซมและดูแลรักษา ไม่ว่าเรื่องการเปลี่ยนหลอดไหหรืออุปกรณ์เมื่อหมดอายุหรือชำรุดเสียหาย โคมไฟบางประเภทมีการออกแบบซ่อนอุปกรณ์ประกอบดวงโคมไว้อย่างมิดชิด การถอดเปลี่ยนทำได้ลำบาก หรือดวงโคมบางชนิด หาอะไหล่มาเปลี่ยนได้ยากโดยเฉพาะดวงโคมที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ รวมไปถึงการติดตั้งดวงโคมที่เน้นความสวยงามเป็นหลัก จนมองข้ามในเรื่องของการดูแลรักษาในภายหลัง ที่พบเห็ฯได้มากที่สุดคือ โคมไฟช่อระย้าที่ติดตั้งบริเวณโถงบันได หรือในจุดที่มีฝ้าเพดานสูงจนทำให้ไม่สามารถขึ้นไปดูแล เช็ดล้างหรือเปลี่ยนหลอดไฟได้

ที่สำคัญ อย่าลืมใช้ไฟฟ้าอย่างมีสติ เปิดใช้เท่าที่จำเป็น และปิดสวิตช์ทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน



ที่มา
ttp://www.xn--42c2cih1g5dqa6b.com/index.php/component/content/article/2-2010-01-17-17-11-41/4-typeoflamp

เลือกโคมไฟแบบไหนให้ไฉไลสุดๆ(ภาค2)

Philips Tornado ESaver Mini 8W/230V E-14 827 warmweiß
Philips Energy Saving Lightbulb 11w BC Cap Stick 5 Pack 10 Year
Philips 22w T8 Circular Insect Catcher Lightbulb
Philips Tornado ESaver Mini 8W/230V E-27 827 warmweiß
Philips SBCSR312 Key Ring Remote for use with Philips Power Controls
NGN152 Philips Multi Torch
Philips Energy Saving Lightbulb 14w ES Cap Genie Stick 10 Year 1 Pack
POMPEI Garden Lamp Post
Philips Tornado ESaver dimmbar 13W/230V E-27 827 warmweiß
Philips SBC2001 Handy Pocket Light Torch Complete With Batteries
Philips Tornado ESaver Mini 5W/230V E-27 827 warmweiß
Philips Genie ESaver 11W/230V E-14 827 warmweiß
Philips Energiesparlampe 14 Watt
SBCFL320 Philips LED Torch
Philips Fluorescent Lighting T8 Fluoresent Tube 70w G13 White 13000 Hours
Philips 8 Watt ES Fitting Softone Mini Globe Energy Saver Saving Lamp Bulb (10 Pack)
CANBERRA LED Outdoor Wall Light
Philips Genie ESaver Day 14W/230V E-27 865 tageslichtweiß
Philips ESaver Reflektor R60 8W/230V E-27 827 warmweiß
KENDO Three Spot Ceiling Light
Philips Genie ESaver Day 8W/230V E-14 865 tageslichtweiß
Philips Ledino Grey Circular Wall Light 2 x 2.5W
Philips Energiesparlampe Kerze
Philips Ambience 12 Watt B.C Energy Saver Lamp - 6 Pack
Philips ESL GENIE 8Y 18W E27
Philips Deco LED outdoor 1W E27 warmweiá
Philips Massive Pendants Black 6x40W 230V
Philips Energiesparlampe 8 Watt
Philips 12 Watt BC Fitting Softone Candle Energy Saver Saving Lamp Bulb - 6 Pack
Philips SpotOn LED violett
< < Previous   1  ...  20   21   22   23   24   25   26   27   28   ...  Next > >

กลับมาอีกครั้ง สำหรับเรื่องภาคต่อ... พูดแล้วก็อายนิดๆ เพราะโดยปกติ ถ้าเป็นหนังภาคต่อ ก็ต้องเป็นหนังทำเงินใช่มั้ยค่ะ แต่สำหรับรำเพย เรื่องภาคต่อ มักจะเป็นเรื่องที่โม้ไว้ไม่เสร็จ ยังคุยไม่หมด เลยต้องเขียนภาคต่อให้อ่านกันให้หมดเปลือกกันไปเลยล่ะค่ะ

ความเดิมของตอนที่แล้ว รำเพยได้โม้ไปมากถึงโคมไฟตั้งโต๊ะกับตั้งพื้น ซึ่งมักจะเป็นพระเอกยามรัตติกาลของงานออกแบบของรำเพยเสมอ (ฟังดูเหมือนโซโร หรือ มนุษย์ค้างคาวเลยเนอะ...อิอิ) และถ้าเจ้าโคมทั้งสองประเภทนั้นเป็นพระเอกยามดึกของรำเพยล่ะก้อ (ฟังดูเหมือนพระเอกวัยดึกหรืออายุมากยังไงไม่รู้ แต่อย่าเข้าใจผิดนะคะ รำเพยหมายถึงฮีโร่ที่ชอบมาโชว์ออฟหลังพระอาทิตย์ตกดินค่ะ) รำเพยคงยินดีที่จะแต่งตั้งเจ้าโคมไฟ Chandelier เป็นนางเอกแสนสวยของเรื่องอย่างแน่นอนค่ะ

ก่อนที่จะแนะนำนางเอกของเรา รำเพยอยากจะอธิบายย้อนไปนิดนึงว่า แสงที่เราใช้ภายในบ้าน และตามสถานที่ต่างๆ มักจะประกอบไปด้วย Ambient Light หรือแสงสว่างทั่วไป ซึ่งถ้าเป็นตอนกลางวัน เรามักจะหมายถึงแสงจากดวงอาทิตย์ ที่ลอดหน้าต่างหรือผ่านผ้าม่านเข้ามา แสงนี้จะผ่านเข้ามาในปริมาณมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับนักออกแบบที่จะเป็นคนกำหนดตามความเหมาะสมของการใช้งานทั่วไปใน แต่ละพื้นที่


แต่พอตกกลางคืน แสง Ambient ที่มาจากดวงอาทิตย์ก็จะหายไป เราก็จะใช้แสง artificial ที่มาจากดวงโคม Down Light เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแสงประเภทนี้ จะให้ความสว่างกระจายไปทั่วทั้งห้อง และจะให้เงาที่ขอบไม่ชัดนัก เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมโดยทั่วไป

อย่างไรก็ดี หากเราต้องการนั่งทำงาน หรือมีกิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้แสงสว่างที่มากขึ้น เราจำเป็นต้องใช้แสงประเภท Functional Lighting เข้ามาช่วย โดยแสงประเภทนี้ จะเป็นแสงที่ให้ความเข้มของแสงมากกว่า และกินไฟมากกว่า ดังนั้น เราจึงมักจะออกแบบให้อยู่ตามจุดสำคัญต่างๆ ที่เราจะใช้งาน เพื่อให้ประหยัดไฟ และยังทำให้เกิดมิติของแสงอีกด้วย ซึ่งโคมที่มักจะมีบทบาทในแสงประเภทนี้ มักจะเป็นโคมตั้งโต๊ะและโคมตั้งพื้นเป็นหลัก สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปตามนี้นะคะ

ทีนี้ เคยมีลูกค้าบางท่าน ถามมาว่า แล้วอย่างนี้ แทนที่เราจะออกแบบไฟให้มันยุ่งยาก เราใช้วิธีติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ให้สว่างมากๆ ทั้งบ้านเลยได้หรือไม่ รำเพยก็เลยขออนุญาตตอบตรงนี้เลยนะคะว่า ทำได้ หากต้องการ แต่นอกจากจะเปลืองไฟโดยไม่จำเป็นแล้ว สิ่งที่ตามมา คือ บ้านก็จะค่อนข้างแบน เพราะแสงมันสว่างเท่ากันไปหมด เหมือนกับบ้านตึกแถวสมัยก่อน ที่นิยมติดหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั้งหลัง ทำให้เราหาจุดเด่นของงานตกแต่งภายในไม่เจอ และทำให้บ้านขาดเสน่ห์ในตอนกลางคืนไปค่ะ


เอาล่ะคะ กลับมาว่ากันต่อถึงไฟประเภทสุดท้าย หรือ Decorating Lighting หรือไฟตกแต่ง ซึ่งไฟประเภทนี้ จะมีหน้าที่เป็นจุดเด่น หรือจุดรวมสายตาของห้อง และทำให้ห้องหรือพื้นที่นั้นๆ มีความสวยงามมากขึ้น เช่นเดียวกับนางเอกของภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ที่จะต้องงดงาม โดดเด่น เหนือใคร

คราวนี้ เรามารู้จักนางเอกแสนสวยของเรากันดีกว่า สำหรับตอนนี้ รำเพยขอแนะนำ นิโคล คิดแมน เอ๊ย...ไม่ใช่ ขอแนะนำไฟ Chandelier หรือโคมไฟระย้ากันค่ะ

เมื่อเราพูดถึงโคมไฟ Chandelier เราอาจจะนึกถึงโคมไฟขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากฝ้าเพดานกลางห้อง มีคริสตัลประทับชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดูหรูหรา อลังการ ราคาแพงมหาศาล เล่นเอาเจ้าของบ้านหลายท่านบ่นกันอุบเวลาไปเลือกซื้อไฟชนิดนี้

สำหรับไฟ Chandelier นี้ มีประวัติเก่าแก่ยาวนานมากเชียวค่ะ โดยเริ่มในยุโรปตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 6 (แต่ไม่รู้ว่าประเทศไหน เพราะนานไป และไม่มีใครจดบันทึกไว้) ซึ่งแรกเริ่มเดิมที ในสถานที่ใหญ่ๆ ที่สำคัญต่างๆ เช่นโบสถ์ หรือวิหาร และพระราชวัง มักจะมีปัญหาเรื่องของแสงสว่างไม่พอ ทำใช้งานในตอนกลางคืนได้ไม่ดี จะใช้แค่เทียนไขที่ติดไว้ตามผนัง ตรงส่วนกลางๆ ก็จะมืด จึงได้มีการคิดค้นชุดอุปกรณ์สำหรับวางแหล่งกำเนิดแสงแบบต่างๆ จำนวนหลายๆ ชิ้น มารวมกันเพื่อเพิ่มความสว่าง ให้ห้อยลงมาจากกลางเพดาน โดยเจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้ มักจะทำจากโลหะ โดยมีชื่อเรียกว่า Polycandelon ซึ่งว่ากันว่าเป็นต้นฉบับของโคม Chandelier ในยุคต่อมาค่ะ


ต่อมา เมื่อการแก้ปัญหาเรื่องแสงสว่างด้วยวิธีนี้ได้ผลดี สำหรับอาคารใหญ่ๆ ก็เลยมีการดัดแปลงให้สามารถนำมาใช้กับอาคารที่มีขนาดย่อมลงมาด้วย โดยมีการนำเอาแท่งไม้สองแท่งมีไขว้กันเป็นกากบาท และแขวนลงมาจากเพดาน โดยด้านบนของแท่งไม้ก็ได้วางแท่งเทียนไขไว้ตามความเหมาะสม ก็เลยเกิดเป็นที่มาของคำว่า Chandelier หรือ ที่วางเทียน เพราะคำว่า Chandelle เป็นคำในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “เทียนไข” ค่ะ

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ความนิยมของไฟ Chandelier ก็มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะ มนุษย์เราชอบความสว่างมากกว่าความมืด ดังนั้น ทุกคนที่มีสตางค์พอก็จะพยายามติดตั้งเจ้าไฟ Chandelier นี้ไว้ในบ้าน เพราะนอกจากจะให้ความสว่างที่มากกว่าโคมชนิดอื่นแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องประดับได้ เพราะมีบรรดาผู้ขายโคมไฟต่างๆ ก็พากันประดับประดาสินค้ายอดนิยมนี้ ด้วยสารพัดของมีค่า ตั้งแต่ กระจกเงาธรรมดา โลหะชนิดต่างๆ และแก้วหินคริสตัลที่หายาก รวมทั้งกระจกสีที่เป่าขึ้นมาโดยช่างฝีมือจากเกาะบูราโน ในเมืองเวนิส ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 18

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก็มีนาย Daniel Swarovsky จากออสเตรีย (นามสกุลคุ้นหูมั้ยคะ) ได้คิดค้นเครื่องเจียรนัยเพชรพลอยรุ่นใหม่ ทำให้ได้อัญมณีคุณภาพสูง และได้นำมาประยุกต์ใช้กับการเจียรนัยแก้วคริสตัลเพื่อประกอบกับโคมไฟ Chandelier รุ่นใหม่ๆ ให้มีราคามากขึ้น และนอกจากนี้ เขายังได้พัฒนาการหลอมแก้วปรอท (Leaded Glass) ให้มีความใสบริสุทธ์จนนำมาใช้แทนแก้วหินคริสตัลของเดิมได้อีกด้วย

จากนั้น วิวัฒนาการของโคม Chandelier ก็ได้เปลี่ยนจากการใช้เทียนไขธรรมดา มาเป็นหลอดไฟ และมีรูปร่างที่หลากหลายมากขึ้น จนถึงปัจจุบัน และแม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้เทียนไขเป็นแหล่งกำเนิดแสงของโคมชนิดนี้แล้ว แต่เราก็ยังคงเรียกโคมไฟแสนสวย ที่แขวนลงมาจากเพดานว่า Chandelier เช่นเดิมค่ะ

ในปัจจุบัน มีนักออกแบบมากมายที่พยายามออกแบบโคม Chandelier ให้สวยแปลกตาออกไปเรื่อยๆ ก็อย่างที่รำเพยเปรียบให้ฟังไงคะ ว่าเหมือนกับนางเอกแสนสวยของเรื่อง ดังนั้น ใครๆ ก็พยายามหานางเอกหน้าตาดีๆ มาสร้างสีสันให้กับเรื่องใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ส่วนที่จะวุ่นวายหน่อย ก็น่าจะเป็นดีไซน์เนอร์ของเรา ที่ต้องหาความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับแบบโคม Chandelier อยู่เรื่อยๆ

สำหรับเทคนิคในการเลือกโคม Chandelier ของรำเพย จะเริ่มต้นจากการเลือกสไตล์ที่ต้องการใช้ ไว้ในใจก่อน เพราะถ้าสไตล์ไม่เข้ากับตัวบ้านแล้ว ยังไงก็แก้ไขลำบาก จากนั้น ก็จะต้องไปดูในเรื่องของแบบว่าสวยงาม มากน้อยเพียงใด รายละเอียดดูดีมากแค่ไหน แล้วสุดท้าย ก็อย่าลืมดูที่ขนาดด้วยค่ะ เพราะถ้าขนาดไม่เหมาะสม จะทำให้งานเสียสมดุลย์ได้ง่ายๆ

บ่อยครั้งที่รำเพยจะต้องไปเลือก Candidates มาก่อนรอบนึง อาจจะมีสักสามหรือสี่ตัวเลือก แล้วก็นำเอาขนาดทั้งหมด มาเขียนในรูปด้าน เพื่อหาชิ้นที่เหมาะสมที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจ ซึ่งกระบวนการนี้ อาจจะต้องเร็วนิดนึง เพราะของดีดี มักจะมีคนมาชอบหลายคน และบางแบบ ก็มีมาแค่ชิ้นหรือสองชิ้น ทำให้ต้องรีบดู รีบคิด รีบตัดสินใจ (แต่ห้ามพลาด เพราะของมันแพง)

ฟังดูก็ยุ่งยากพอสมควร แต่พอทำบ่อยๆ ก็สนุกดีเหมือนกันค่ะ
เป็นอันว่า เราได้รู้จักกับพระเอก (Function Light) นางเอก (Decorative Light) และตัวประกอบ (Ambient Light) ไปแล้ว คราวนี้รำเพยจะมาแนะนำคนสำคัญอีกคนหนึ่ง ซึ่งรำเพยให้เป็นเพื่อนนางเอกก็แล้วกันค่ะ โดยเพื่อนนางเอกคนนี้ มีหน้าที่ช่วยเหลือและสนับสนุนนางเอก ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าเทียบแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นกับบทของ.................โคมไฟผนังค่ะ

เวลาเราเลือกโคมไฟผนัง เรามักจะเลือกแบบที่เข้ากับบรรยากาศโดยรอบ หรือถ้าในบริเวณนั้นมี Chandelier อยู่ เราก็จะพยายามให้เข้ากันให้มากที่สุด หรือส่งเสริมให้ Chandelier ดูดีที่สุด เวลาดูไปแล้ว จะได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องราวเดียวกัน นั่นก็เลยเป็นสาเหตุที่รำเพยเปรียบให้เป็นเพื่อนนางเอกไงล่ะคะ

เจ้าโคมไฟผนัง หรือ Wall Lamp หรือบางทีก็เรียก Wall Mounted Lamp น่าจะถือกำเนิดมานานกว่าโคม Chandelier ซะอีก เพราะเวลาเราดูภาพยนตร์ Period ต่างๆ เราก็จะเห็นพระราชาหรือเจ้าของปราสาทสมัยโบราณ ถือคบเพลิงไปปักตามที่ต่างๆ ที่ต้องการจะเพิ่มความสว่าง แต่พอมีคนหัวดี คิดประดิษฐ์ Chandelier ได้แล้ว เจ้าโคมผนังก็เลยต้องลดบทบาทลงไปเป็นได้แค่เพื่อนนางเอกค่ะ...


แต่ถ้าในห้องไหนที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เราก็อาจจะไม่ใช้ Chandelier และหันมาชูบทนางเอกให้กับ Wall Lamp ก็ได้ เพราะหน้าตาของโคมชนิดนี้ในปัจจุบัน ก็มีให้เลือกมากมาย แถมยังราคาไม่แพง จึงเหมาะกับห้องทั่วๆ ไปมากกว่า ซึ่งแนวทางการเลือกโคมไฟผนังนี้ ก็ไม่ยาก เพราะเราสามารถเลือกตามขั้นตอนของ Chandelier ได้เลยค่ะ เริ่มจากสไตล์ แล้วก็ดูแบบ สุดท้ายก็มาที่ขนาด เพียงแต่ขนาดของ Wall Lamp มักจะไม่ค่อยต่างกันนัก เราเลยไม่ต้องมานั่งเขียนแบบก็ได้ค่ะ

เอาล่ะค่ะ รำเพยก็โม้มามากแล้ว ก็คงต้องขอลาไปสักที เดี๋ยวแฟนๆ ที่รักของรำเพยจะหนีหน้าไปเสียก่อน แต่อันที่จริง ยังมีโคมไฟพิเศษอีกมากมายในท้องตลาด เพียงแต่ว่าบางที เราจะไม่ได้เห็น ไม่ได้ใช้ รำเพยเลยโมเมข้ามไปเลยดีกว่า...อิอิ

ก่อนที่จะลาจากกันในเดือนนี้ รำเพยขอติดกระแสกาลิเลโอสักหน่อยนะคะ เพราะตามตำนาน (ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ) เค้าเล่าว่า กาลิเลโอ กาลิเลอินั้น ได้ไปเห็นการแกว่งของโคมไฟ Chandelier เป็นจังหวะ ในระยะเวลาเท่าๆ กัน ทั้งๆ ที่บางครั้ง ระยะของการแกว่งตัวจะลดลงก็ตาม ทำให้ท่านกาลิเลโอ ที่กลับมาดังในประเทศไทยในตอนนี้ คิดกฎแห่งเพนดูลัม (Law of Pendulum) ขึ้นมาได้สำเร็จในที่สุด (อันนี้สงสัยหน่อย ทำไม ท่านกาลิเลโอ ถึงไม่ตั้งชื่อว่า Law of Chandelier ไปเลยนะ...)


ที่มา

http://www.bareo-isyss.com/53/53_decor_lighting2.html



วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เลือกโคมไฟแบบไหนให้ไฉไลสุดๆ

MANCHESTER Outdoor Wall Light
Philips Halogen & Speciality Lighting Capsules 20w G4 White 2000 Hours
KINJA Four Spotlight Bar - Satin Chrome
Philips LED Lightbulb Colour Changing GU10 Cap 1 Pack
MUNCHEN Hanging Lantern
Philips Ledino 3 Pack White Downlights 3 x 2.5W
Philips Ecomood Chunky Glass Wall Light (H26cm x W22cm x D6.5cm)
Philips Genie ESaver Day 8W/230V E-14 865 tageslichtweiß
Philips Ledino Grey Circular Wall Light 2 x 2.5W
ZANZIBAR Garden Wall Light
Philips Ledino Grey Circular Wall Light 2 x 2.5W
Philips 12 Watt BC Fitting Softone Candle Energy Saver Saving Lamp Bulb - 6 Pack
Philips DecoLED 1W GU10 230-240V 1BL, green
CANBERRA LED Outdoor Wall Light
Philips Tornado ESaver 15W/230V E-27 827 warmweiß
POMPEI Garden Lamp Post
SEABOARD Low Energy Over Mirror Light - Large
Philips Ledino Grey 2 Bar Spotlight 2 x 7.5W
4 X PHILIPS FLUORESCENT TWIN STRIP LIGHTS FREE P&P
Philips Massive Table Lamp Aluminium 1x40W 230V
Philips Infraphil Wrmestrahler 150 Watt
SWIRL 3 Light Halogen Ceiling Light
TIMEO Childrens 3 Spot Ceiling Light
LOW ENERGY DOWNLIGHTERS - 3 Pack, Satin Chrome
FIORE Childrens Ceiling Light
BUTTERFLY Childrens Ceiling Light
LIMA Outdoor Lantern - White
Philips Massive Table Lamp Bronze 1x60W 230V
Philips SpotOn LED violett
Philips Master LED 6W E27 ES Warm White Light Bulb Lamp
< < Previous   1  ...  17   18   19   20   21   22   23   24   25   ...  Next > >

กลับมาอีกครั้ง สำหรับเรื่องภาคต่อ... พูดแล้วก็อายนิดๆ เพราะโดยปกติ ถ้าเป็นหนังภาคต่อ ก็ต้องเป็นหนังทำเงินใช่มั้ยค่ะ แต่สำหรับรำเพย เรื่องภาคต่อ มักจะเป็นเรื่องที่โม้ไว้ไม่เสร็จ ยังคุยไม่หมด เลยต้องเขียนภาคต่อให้อ่านกันให้หมดเปลือกกันไปเลยล่ะค่ะ

ความเดิมของตอนที่แล้ว รำเพยได้โม้ไปมากถึงโคมไฟตั้งโต๊ะกับตั้งพื้น ซึ่งมักจะเป็นพระเอกยามรัตติกาลของงานออกแบบของรำเพยเสมอ (ฟังดูเหมือนโซโร หรือ มนุษย์ค้างคาวเลยเนอะ...อิอิ) และถ้าเจ้าโคมทั้งสองประเภทนั้นเป็นพระเอกยามดึกของรำเพยล่ะก้อ (ฟังดูเหมือนพระเอกวัยดึกหรืออายุมากยังไงไม่รู้ แต่อย่าเข้าใจผิดนะคะ รำเพยหมายถึงฮีโร่ที่ชอบมาโชว์ออฟหลังพระอาทิตย์ตกดินค่ะ) รำเพยคงยินดีที่จะแต่งตั้งเจ้าโคมไฟ Chandelier เป็นนางเอกแสนสวยของเรื่องอย่างแน่นอนค่ะ

ก่อนที่จะแนะนำนางเอกของเรา รำเพยอยากจะอธิบายย้อนไปนิดนึงว่า แสงที่เราใช้ภายในบ้าน และตามสถานที่ต่างๆ มักจะประกอบไปด้วย Ambient Light หรือแสงสว่างทั่วไป ซึ่งถ้าเป็นตอนกลางวัน เรามักจะหมายถึงแสงจากดวงอาทิตย์ ที่ลอดหน้าต่างหรือผ่านผ้าม่านเข้ามา แสงนี้จะผ่านเข้ามาในปริมาณมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับนักออกแบบที่จะเป็นคนกำหนดตามความเหมาะสมของการใช้งานทั่วไปใน แต่ละพื้นที่


แต่พอตกกลางคืน แสง Ambient ที่มาจากดวงอาทิตย์ก็จะหายไป เราก็จะใช้แสง artificial ที่มาจากดวงโคม Down Light เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแสงประเภทนี้ จะให้ความสว่างกระจายไปทั่วทั้งห้อง และจะให้เงาที่ขอบไม่ชัดนัก เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมโดยทั่วไป

อย่างไรก็ดี หากเราต้องการนั่งทำงาน หรือมีกิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้แสงสว่างที่มากขึ้น เราจำเป็นต้องใช้แสงประเภท Functional Lighting เข้ามาช่วย โดยแสงประเภทนี้ จะเป็นแสงที่ให้ความเข้มของแสงมากกว่า และกินไฟมากกว่า ดังนั้น เราจึงมักจะออกแบบให้อยู่ตามจุดสำคัญต่างๆ ที่เราจะใช้งาน เพื่อให้ประหยัดไฟ และยังทำให้เกิดมิติของแสงอีกด้วย ซึ่งโคมที่มักจะมีบทบาทในแสงประเภทนี้ มักจะเป็นโคมตั้งโต๊ะและโคมตั้งพื้นเป็นหลัก สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปตามนี้นะคะ

ทีนี้ เคยมีลูกค้าบางท่าน ถามมาว่า แล้วอย่างนี้ แทนที่เราจะออกแบบไฟให้มันยุ่งยาก เราใช้วิธีติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ให้สว่างมากๆ ทั้งบ้านเลยได้หรือไม่ รำเพยก็เลยขออนุญาตตอบตรงนี้เลยนะคะว่า ทำได้ หากต้องการ แต่นอกจากจะเปลืองไฟโดยไม่จำเป็นแล้ว สิ่งที่ตามมา คือ บ้านก็จะค่อนข้างแบน เพราะแสงมันสว่างเท่ากันไปหมด เหมือนกับบ้านตึกแถวสมัยก่อน ที่นิยมติดหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั้งหลัง ทำให้เราหาจุดเด่นของงานตกแต่งภายในไม่เจอ และทำให้บ้านขาดเสน่ห์ในตอนกลางคืนไปค่ะ


เอาล่ะคะ กลับมาว่ากันต่อถึงไฟประเภทสุดท้าย หรือ Decorating Lighting หรือไฟตกแต่ง ซึ่งไฟประเภทนี้ จะมีหน้าที่เป็นจุดเด่น หรือจุดรวมสายตาของห้อง และทำให้ห้องหรือพื้นที่นั้นๆ มีความสวยงามมากขึ้น เช่นเดียวกับนางเอกของภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ที่จะต้องงดงาม โดดเด่น เหนือใคร

คราวนี้ เรามารู้จักนางเอกแสนสวยของเรากันดีกว่า สำหรับตอนนี้ รำเพยขอแนะนำ นิโคล คิดแมน เอ๊ย...ไม่ใช่ ขอแนะนำไฟ Chandelier หรือโคมไฟระย้ากันค่ะ

เมื่อเราพูดถึงโคมไฟ Chandelier เราอาจจะนึกถึงโคมไฟขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากฝ้าเพดานกลางห้อง มีคริสตัลประทับชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดูหรูหรา อลังการ ราคาแพงมหาศาล เล่นเอาเจ้าของบ้านหลายท่านบ่นกันอุบเวลาไปเลือกซื้อไฟชนิดนี้

สำหรับไฟ Chandelier นี้ มีประวัติเก่าแก่ยาวนานมากเชียวค่ะ โดยเริ่มในยุโรปตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 6 (แต่ไม่รู้ว่าประเทศไหน เพราะนานไป และไม่มีใครจดบันทึกไว้) ซึ่งแรกเริ่มเดิมที ในสถานที่ใหญ่ๆ ที่สำคัญต่างๆ เช่นโบสถ์ หรือวิหาร และพระราชวัง มักจะมีปัญหาเรื่องของแสงสว่างไม่พอ ทำใช้งานในตอนกลางคืนได้ไม่ดี จะใช้แค่เทียนไขที่ติดไว้ตามผนัง ตรงส่วนกลางๆ ก็จะมืด จึงได้มีการคิดค้นชุดอุปกรณ์สำหรับวางแหล่งกำเนิดแสงแบบต่างๆ จำนวนหลายๆ ชิ้น มารวมกันเพื่อเพิ่มความสว่าง ให้ห้อยลงมาจากกลางเพดาน โดยเจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้ มักจะทำจากโลหะ โดยมีชื่อเรียกว่า Polycandelon ซึ่งว่ากันว่าเป็นต้นฉบับของโคม Chandelier ในยุคต่อมาค่ะ


ต่อมา เมื่อการแก้ปัญหาเรื่องแสงสว่างด้วยวิธีนี้ได้ผลดี สำหรับอาคารใหญ่ๆ ก็เลยมีการดัดแปลงให้สามารถนำมาใช้กับอาคารที่มีขนาดย่อมลงมาด้วย โดยมีการนำเอาแท่งไม้สองแท่งมีไขว้กันเป็นกากบาท และแขวนลงมาจากเพดาน โดยด้านบนของแท่งไม้ก็ได้วางแท่งเทียนไขไว้ตามความเหมาะสม ก็เลยเกิดเป็นที่มาของคำว่า Chandelier หรือ ที่วางเทียน เพราะคำว่า Chandelle เป็นคำในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “เทียนไข” ค่ะ

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ความนิยมของไฟ Chandelier ก็มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะ มนุษย์เราชอบความสว่างมากกว่าความมืด ดังนั้น ทุกคนที่มีสตางค์พอก็จะพยายามติดตั้งเจ้าไฟ Chandelier นี้ไว้ในบ้าน เพราะนอกจากจะให้ความสว่างที่มากกว่าโคมชนิดอื่นแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องประดับได้ เพราะมีบรรดาผู้ขายโคมไฟต่างๆ ก็พากันประดับประดาสินค้ายอดนิยมนี้ ด้วยสารพัดของมีค่า ตั้งแต่ กระจกเงาธรรมดา โลหะชนิดต่างๆ และแก้วหินคริสตัลที่หายาก รวมทั้งกระจกสีที่เป่าขึ้นมาโดยช่างฝีมือจากเกาะบูราโน ในเมืองเวนิส ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 18

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก็มีนาย Daniel Swarovsky จากออสเตรีย (นามสกุลคุ้นหูมั้ยคะ) ได้คิดค้นเครื่องเจียรนัยเพชรพลอยรุ่นใหม่ ทำให้ได้อัญมณีคุณภาพสูง และได้นำมาประยุกต์ใช้กับการเจียรนัยแก้วคริสตัลเพื่อประกอบกับโคมไฟ Chandelier รุ่นใหม่ๆ ให้มีราคามากขึ้น และนอกจากนี้ เขายังได้พัฒนาการหลอมแก้วปรอท (Leaded Glass) ให้มีความใสบริสุทธ์จนนำมาใช้แทนแก้วหินคริสตัลของเดิมได้อีกด้วย


จากนั้น วิวัฒนาการของโคม Chandelier ก็ได้เปลี่ยนจากการใช้เทียนไขธรรมดา มาเป็นหลอดไฟ และมีรูปร่างที่หลากหลายมากขึ้น จนถึงปัจจุบัน และแม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้เทียนไขเป็นแหล่งกำเนิดแสงของโคมชนิดนี้แล้ว แต่เราก็ยังคงเรียกโคมไฟแสนสวย ที่แขวนลงมาจากเพดานว่า Chandelier เช่นเดิมค่ะ

ในปัจจุบัน มีนักออกแบบมากมายที่พยายามออกแบบโคม Chandelier ให้สวยแปลกตาออกไปเรื่อยๆ ก็อย่างที่รำเพยเปรียบให้ฟังไงคะ ว่าเหมือนกับนางเอกแสนสวยของเรื่อง ดังนั้น ใครๆ ก็พยายามหานางเอกหน้าตาดีๆ มาสร้างสีสันให้กับเรื่องใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ส่วนที่จะวุ่นวายหน่อย ก็น่าจะเป็นดีไซน์เนอร์ของเรา ที่ต้องหาความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับแบบโคม Chandelier อยู่เรื่อยๆ

สำหรับเทคนิคในการเลือกโคม Chandelier ของรำเพย จะเริ่มต้นจากการเลือกสไตล์ที่ต้องการใช้ ไว้ในใจก่อน เพราะถ้าสไตล์ไม่เข้ากับตัวบ้านแล้ว ยังไงก็แก้ไขลำบาก จากนั้น ก็จะต้องไปดูในเรื่องของแบบว่าสวยงาม มากน้อยเพียงใด รายละเอียดดูดีมากแค่ไหน แล้วสุดท้าย ก็อย่าลืมดูที่ขนาดด้วยค่ะ เพราะถ้าขนาดไม่เหมาะสม จะทำให้งานเสียสมดุลย์ได้ง่ายๆ

บ่อยครั้งที่รำเพยจะต้องไปเลือก Candidates มาก่อนรอบนึง อาจจะมีสักสามหรือสี่ตัวเลือก แล้วก็นำเอาขนาดทั้งหมด มาเขียนในรูปด้าน เพื่อหาชิ้นที่เหมาะสมที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจ ซึ่งกระบวนการนี้ อาจจะต้องเร็วนิดนึง เพราะของดีดี มักจะมีคนมาชอบหลายคน และบางแบบ ก็มีมาแค่ชิ้นหรือสองชิ้น ทำให้ต้องรีบดู รีบคิด รีบตัดสินใจ (แต่ห้ามพลาด เพราะของมันแพง)

ฟังดูก็ยุ่งยากพอสมควร แต่พอทำบ่อยๆ ก็สนุกดีเหมือนกันค่ะ
เป็นอันว่า เราได้รู้จักกับพระเอก (Function Light) นางเอก (Decorative Light) และตัวประกอบ (Ambient Light) ไปแล้ว คราวนี้รำเพยจะมาแนะนำคนสำคัญอีกคนหนึ่ง ซึ่งรำเพยให้เป็นเพื่อนนางเอกก็แล้วกันค่ะ โดยเพื่อนนางเอกคนนี้ มีหน้าที่ช่วยเหลือและสนับสนุนนางเอก ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าเทียบแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นกับบทของ.................โคมไฟผนังค่ะ

เวลาเราเลือกโคมไฟผนัง เรามักจะเลือกแบบที่เข้ากับบรรยากาศโดยรอบ หรือถ้าในบริเวณนั้นมี Chandelier อยู่ เราก็จะพยายามให้เข้ากันให้มากที่สุด หรือส่งเสริมให้ Chandelier ดูดีที่สุด เวลาดูไปแล้ว จะได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องราวเดียวกัน นั่นก็เลยเป็นสาเหตุที่รำเพยเปรียบให้เป็นเพื่อนนางเอกไงล่ะคะ

เจ้าโคมไฟผนัง หรือ Wall Lamp หรือบางทีก็เรียก Wall Mounted Lamp น่าจะถือกำเนิดมานานกว่าโคม Chandelier ซะอีก เพราะเวลาเราดูภาพยนตร์ Period ต่างๆ เราก็จะเห็นพระราชาหรือเจ้าของปราสาทสมัยโบราณ ถือคบเพลิงไปปักตามที่ต่างๆ ที่ต้องการจะเพิ่มความสว่าง แต่พอมีคนหัวดี คิดประดิษฐ์ Chandelier ได้แล้ว เจ้าโคมผนังก็เลยต้องลดบทบาทลงไปเป็นได้แค่เพื่อนนางเอกค่ะ...


แต่ถ้าในห้องไหนที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เราก็อาจจะไม่ใช้ Chandelier และหันมาชูบทนางเอกให้กับ Wall Lamp ก็ได้ เพราะหน้าตาของโคมชนิดนี้ในปัจจุบัน ก็มีให้เลือกมากมาย แถมยังราคาไม่แพง จึงเหมาะกับห้องทั่วๆ ไปมากกว่า ซึ่งแนวทางการเลือกโคมไฟผนังนี้ ก็ไม่ยาก เพราะเราสามารถเลือกตามขั้นตอนของ Chandelier ได้เลยค่ะ เริ่มจากสไตล์ แล้วก็ดูแบบ สุดท้ายก็มาที่ขนาด เพียงแต่ขนาดของ Wall Lamp มักจะไม่ค่อยต่างกันนัก เราเลยไม่ต้องมานั่งเขียนแบบก็ได้ค่ะ

เอาล่ะค่ะ รำเพยก็โม้มามากแล้ว ก็คงต้องขอลาไปสักที เดี๋ยวแฟนๆ ที่รักของรำเพยจะหนีหน้าไปเสียก่อน แต่อันที่จริง ยังมีโคมไฟพิเศษอีกมากมายในท้องตลาด เพียงแต่ว่าบางที เราจะไม่ได้เห็น ไม่ได้ใช้ รำเพยเลยโมเมข้ามไปเลยดีกว่า...อิอิ

ก่อนที่จะลาจากกันในเดือนนี้ รำเพยขอติดกระแสกาลิเลโอสักหน่อยนะคะ เพราะตามตำนาน (ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ) เค้าเล่าว่า กาลิเลโอ กาลิเลอินั้น ได้ไปเห็นการแกว่งของโคมไฟ Chandelier เป็นจังหวะ ในระยะเวลาเท่าๆ กัน ทั้งๆ ที่บางครั้ง ระยะของการแกว่งตัวจะลดลงก็ตาม ทำให้ท่านกาลิเลโอ ที่กลับมาดังในประเทศไทยในตอนนี้ คิดกฎแห่งเพนดูลัม (Law of Pendulum) ขึ้นมาได้สำเร็จในที่สุด (อันนี้สงสัยหน่อย ทำไม ท่านกาลิเลโอ ถึงไม่ตั้งชื่อว่า Law of Chandelier ไปเลยนะ...)


ที่มา

http://www.bareo-isyss.com/53/53_decor_lighting2.html